แก้ไขข้อมูลผู้ถือครองโดเมน (Registrant)

ปรุงล่าสุด: 2017-09-22 02:20:06

เกริ่นเกี่ยวกับ Registrant Contact

ข้อมูลผู้ถือครองโดเมน (Registrant Contact) คือ ข้อมูลที่ระบุว่า โดเมนเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร เจ้าของโดเมนอาจจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือเป็นนิติบุคคลก็ได้. ในขั้นตอนจดทะเบียนโดเมน ผู้จดโดเมนจะต้องระบุข้อมูลผู้ถือครองโดเมนตามความจริง เพื่อให้ NanaDomain นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ยื่นจดทะเบียนชื่อโดเมนกับทาง Registrar เพราะ NanaDomain จะต้องระบุว่าใครคือเจ้าของโดเมน.

หลังจากโดเมนจดทะเบียนเสร็จแล้ว ทางหน่วยงาน Registrar จะส่งอีเมลตรวจสอบไปที่ อีเมลผู้ถือครองโดเมน (Registrant E-mail) เพื่อให้กดยืนยัน ว่าเป็นเจ้าของโดเมนที่จดทะเบียนโดเมนไปจริงๆ หากไม่มีการกดยืนยันภายใน 15 วัน โดเมนจะถูก Registrar สั่งระงับการใช้งานชั่วคราว จนกว่าจะมีการคลิกยืนยันเสียก่อน.

การแก้ไข Registrant Contact

หากมีการแก้ไขข้อมูลผู้ถือครองโดเมน ใน 3 ส่วนนี้

  1. ชื่อผู้ถือครอง (Name)
  2. ชื่อองค์กร (Organization)
  3. อีเมล (E-mail address)

ข้อมูลผู้ถือครองโดเมน จะถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลใหม่ หลังจากที่ผู้ถือครองโดเมนยืนยันผ่านอีเมลก่อนเท่านั้น.

ในขั้นตอนการยืนยันอีเมล จะต้องได้รับการยืนยันจากทั้ง 2 ฝั่งคือ

  1. อีเมลผู้ถือครองโดเมน เดิม (Current Registrant)
  2. อีเมลผู้ถือครองโดเมน ใหม่ (New Registrant)

หมายเหตุ: ถ้าในกรณีที่ ไม่ได้แก้ไขอีเมล อีเมลยืนยันทั้ง 2 ฉบับ จะส่งไปที่อีเมลเดียวกัน คุณก็จะต้องกดยืนยันในอีเมลทั้ง 2 ฉบับ.

อีเมลยืนยัน ที่ส่งไปนั้นจะมี Subject อีเมลเป็นแบบนี้

  • (ส่งหาอีเมลเดิม) Change of Registrant request for ชื่อโดเมน.com - Current Registrant. Action Required.
  • (ส่งหาอีเมลใหม่) Change of Registrant request for ชื่อโดเมน.com - New Registrant. Action Required.

ในอีเมลทั้ง 2 ฉบับ จะมีลิงก์อยู่ใต้ประโยคที่เขียนว่า "To approve or decline these changes, please click on the link below:" ให้คลิกเข้าลิงก์ดังกล่าว แล้วกดปุ่ม [Approve] เพื่อเป็นการยืนยันการแก้ไขข้อมูล.

กรณีที่อีเมลเก่าใช้ไม่ได้

ตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าการแก้ไขข้อมูลผู้ถือครองโดเมน จะต้องยืนยันโดยใช้ อีเมลผู้ถือครองโดเมนเดิม กดยืนยันด้วย ดังนั้นถ้าอีเมลเดิมมีปัญหา ใช้งานไม่ได้ ก็จะเกิดปัญหาไม่สามารถยืนยันได้. ถ้าเป็นสมัยก่อน การแก้ปัญหานี้ ทางผู้ถือครองโดเมนเดิม จะต้องยืนยันโดยการกรอกฟอร์มขอแก้ไขข้อมูล พร้อมแนบสำเนา Passport ของตัวเอง ที่ชื่อตรงกับผู้ถือครองโดเมนปัจจุบัน เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน.

แต่ปัจจุบันทาง Registrar ได้ปรับปรุงขั้นตอนการยืนยันดังกล่าวให้ง่ายขึ้นแล้ว โดยเปิดให้สามารถแก้ไขข้อมูลผู้ถือครองโดเมน โดยข้ามขั้นตอนการยืนยันด้วยอีเมลเดิม ได้เลย โดยมีเงื่อนไขที่เพิ่มมา คือ หากแก้ไขข้อมูลโดเมนด้วยวิธีนี้ โดเมนจะไม่สามารถย้ายออกไปไหน จนกว่าจะพ้น 60 วันหลังจากการแก้ไขข้อมูลผู้ถือครองโดเมนไปก่อน. ที่เป็นเช่นนี้ เพราะ Registrar ต้องการ lock โดเมนไว้ เพื่อป้องกันกรณีโดเมนถูกขโมยนั่นเอง โดยตอนที่ข้อมูลผู้ถือครองโดเมนถูกแก้ไข Registrar จะส่งอีเมลแจ้งผลการแก้ไขข้อมูล ไปที่อีเมลผู้ถือครองโดเมนเดิมด้วย ดังนั้นหากผู้ถือครองโดเมนเดิม ต้องการโต้แย้งใดๆ ก็ยังสามารถกระทำได้ภายใน 60 วันที่โดเมนถูก lock ไม่ให้ย้ายไปไหน.